

สรุปการประชุมพระธรรมทูตสาย 9
| โดยเริ่มจาก พระครูสุวิมลธรรมมานุกูล เจ้าคณะอำเภออ่าวลึก ได้กล่าวถึงการปฎิบัติของพระธรรมฑูติที่ผ่านมา มีการทำงานอยู่ ๒ อย่าง คือ ออกปฏิบัติงานเฉพาะ หรือส่วนตัว และทำงานกันเป็นทีม แต่กำหนดวัน เวลาสถานที่ชัดเจน โดยมีหน่วยงานของรัฐมาให้ความรู้ด้วย เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สาธารณสุข, เกษตร, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยแจ้งให้ทางวัดหรือหน่วยงานนั้นๆรับทราบก่อน แต่ในขณะ |
| นี้ปรากฏว่าระบบการทำงานของพระธรรมฑูตได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ส่วนที่เน้นมากที่สุดเห็นจะเป็นความสามัคคี ความสันติสุขของประชาชน |
|
|
| พระครูปริยัติธรรมาวุธ เจ้าคณะเหนือคลอง ได้กล่าวให้ข้อคิดว่า การเป็นพระธรรมฑูต จะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถเฉพาะตัว เพื่อนำไปแสดงแก่ประชาชนผู้เข้าฟัง โดยต้องอาศัยความรู้และเทคนิคใหม่ๆมานำเสนอ ทั้งนี้ สถานการบ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้ว จึงต้องใคร่ขอให้พระธรรมฑูตได้พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา |
|
|
|
พระครูพนมเขตคณารักษ์
เจ้าคณะอำเภอเขาพนม ได้กล่าวให้ข้อคิดว่า
พูดถึงรูปแบบการออกปฎิบัติงานของพระธรรมฑูตปฎิบัติการประจำตำบล
ควรออกอบรมตามโรงเรียนหรือที่วัด ในอดีตที่ผ่านมานั้น
พระธรรมฑูตจะต้องไปนอนพักแรมตามวัดต่างๆ หรือตามหมู่บ้าน
ที่ทุรกันดาร ทั้งนี้
เพื่อให้เป็นกำลังใจแก่ชาวบ้านและประสานงานกับหน่วยงานเพื่ออก ปฎิบัติงานร่วมกัน |
|
|
|
พระครูบริหารธรรมาวุธ
เจ้าคณะอำเภอลำทับ ได้กล่าวให้ข้อคิดว่า
การทำงานของอำเภอลำทับ มีปัญหาด้านบุคลากรไม่เพียงพอ
พระที่ทำงานมีความรู้น้อย สิ่งสำคัญที่พระธรรมฑูตต้องถือปฎิบัติคือการพัฒนาตนเอง
พัฒนาความรู้ความสามารถ พระธรรมฑูตขาดประสบการณ์ทำงาน
จึงเห็นควรอย่างยิ่งที่ให้พระ ธรรมฑูตออกปฎิบัติการตามโรงเรียนหรือวัด เพื่อประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชน ได้เกิดความรู้ความเข้าใจในความเป็นชาวพุทธ |
|
|
| พระมหาสำอางค์ สุภาสจาโร เจ้าคณะอำเภอคลองท่อมได้กล่าวให้ข้อคิดว่า พระธรรมฑูตจะต้องถือปฎิบัติเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า ได้ออกอบรมสั่งสอนประชาชน แต่สิ่งที่สำคัญพระธรรมฑูตจะใช้ความรู้ ความสามารถ ความศรัทธาในตัว บางครั้งไม่จำเป็นที่ต้องสอน แต่เพียงแค่ปฎิบัติให้เห็นก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสแล้ว บางรูปบางท่าน ต้องอาศัยการพูด บางท่านต้องอาศัยการกระทำ เช่น การปฎิบัติธรรม การก่อสร้างเสนาสนะภายในวัด ก็มีคนศรัทธาแล้ว |
|
|
| พระครูไพศาลพัฒนานุยุต เจ้าคณะอำเภอปลายพระยาได้กล่าวให้ข้อคิดว่า ท่างพึงได้รับตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอใหม่แต่เห็นว่า งานพระธรรมฑูต เป็นงานที่ทุกรูปสามารถทำได้ โดยเฉพาะการอบรมสั่งสอนประชาชน เมื่อมีคนเข้ามาหาเรา ไม่ว่า ๑ คน ๒ คน เราก็สามารถสอนได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ จะมีโอกาสหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญส่วนหนึ่งคือ การสำรวม ระวังการพูด การแสดงอกัปกิริยาต่างๆ เพื่อให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใส ในกรณีที่ท่านอยู่ที่วัด มีญาติโยมมาหา ก็สามารถแสดงธรรมได้ แม้นแต่ญาติโยมมาเพียงคนเดียวหรือสองคน หรือมากกว่านั้น |
|
|
| พระครูศรีธรรมาวุธ เจ้าคณะอำเภอเมืองกระบี่ ได้กล่าวให้ข้อคิดว่า ปัญหาอุปสรรคของการทำงานของพระธรรมฑูตที่พบคือ ไม่จดบันทึก จึงได้จัดทำสมุดบันทึการปฎิบัติงานพระธรรมฑูตจังหวัดกระบี่ โดยมอบหมายเจ้าคณะตำบลปากน้ำ (เจ้าอธิการญาณวิทย์ ญาณสัวโร) ได้ไปดำเนินการสจัดทำมาแล้ว จำนวน ๕oo เล่ม ถ้าอำเภอใดสนใจเล่มละ ๑o บาท ทั้งนี้ เพื่อจะได้พกติดตัวหรือใส่ย่ามไปด้วย ในขณะที่ออกปฎิบัติงาน จะได้จดบันทึกไว้ อีกประเด็นหนึ่งการทำงานของพระธรรมฑูตนั้น ควรทำงานกันเป็นกลุ่ม และมีแผนงานการปฎิบัติที่ชัดเจน |
|
|
|
ประธานได้กล่าวสรุปข้อคิดเห็นจากเจ้าคณะอำเภอ
ดังนี้พระธรรมฑูติปฎิบัติการประจำตำบล
จะต้องสร้างความเลื่อมใส ศรัทธา ทางความประพฤติ การพูด
อกัปกิริยา และต้องพัฒนาด้านความรู้
ความเข้าใจในระบบการทำงาน การใช้สื่อ
ทั้งนี้ในกรณีที่อบรมเข้าค่ายนักเรียนตามโรงเรียนควรมีการติดธง
หรือโฆษณาไว้ด้วย สิ่งสำคัญพระธรรมฑูตปฎิบัติการประจำตำบลทุกรูป
ต้องปฎิบัติตนเองก่อน เช่น ทำกิจวัตรประจำวัน
ทำวัตรสวดมนต์เช้า เย็น บิณฑบาตร กวาดวัดทุกวัน
การต่างกายต้องเรียบร้อยด้วย เวลาออกไปทำงาน
ถ้าทำได้ควรไปเป็นทีมจะแหมาะสมมากกว่า
และให้เจ้าคณะอำเภอได้รับรู้รับทราบด้วย
พร้อมทั้งถ่ายภาพกิจกรรมต่างๆไว้ด้วยเพื่อประกอบการทำงานต่อไป..
|
![]() |
|
เมื่อวันที่
16
ตุลาคม 2549
เวลา 13.00
น |
|
|
ภาพเป็นข่าว เล่าเรื่องผ่านจอ

วัดปานุราชประชาสรรค์.
16
ถ.ชัยกุล ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่
81000
โทรศัพท์
075-621293
![]()
